ตามความเห็นของผู้เขียนนั้น คำตอบสำหรับคำถามนี้มีอยู่ 3 ข้อ คือ จำเป็น ไม่จำเป็น และอาจจะ

ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ชวนให้ถกเถียงกันมาเป็นเวลานานแล้วในหมู่นักวิชาการการศึกษา ผู้เรียน และผู้ปกครอง ซึ่งฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่างก็มีปฏิกิริยาแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็นเห็นด้วยอย่างสุดโต่งหรือคัดค้านแบบสุดๆ ฝ่ายหนึ่งนั้นมองว่าการบ้านนั้นสร้างความเครียดให้แก่ผู้เรียน ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งมองว่าสิ่งเหล่านี้เป็นการสนับสนุนให้เด็กๆ ได้มีโอกาสฝึกฝนและศึกษาหาความรู้นอกห้องเรียนเพิ่มเติม.
ข้อดี

การบ้านนั้นเป็นสิ่งเชื่อมโยงนักเรียนและครูให้สามารถทำการเรียนการสอนไปได้ด้วยความราบรื่นมากขึ้น ผู้เรียนสามารถสอบถามครูได้เสมอในสิ่งที่ตนสงสัย และการเรียนก็จะสนุกขึ้นเมื่อคุณเข้าใจในบทเรียน อีกทั้งจะเป็นตัวชี้วัดระดับผลการเรียนของนักเรียนแต่ละคนในห้องเรียน ซึ่งย่อมจะมีทั้งเด็กเก่งและไม่เก่ง ครูจึงสามารถช่วยดูแลเด็กที่เรียนอ่อนกว่าเพื่อนได้มากขึ้น.

นอกจากลูกศิษย์กับครูแล้ว การบ้านยังจะช่วยสานสัมพันธ์ของคนในครอบครัวได้อีกด้วย ด้วยการที่เด็กๆ จะนำการบ้านที่สงสัยหรือทำไม่ได้ไปพูดคุยปรึกษากับพี่น้อง หรือผู้ปกครอง เท่ากับว่าคนในครอบครัวจะมีส่วนร่วมในการศึกษาของเด็ก และเป็นการใช้เวลาด้วยกันในครอบครัวเพื่อสร้างความสนิทสนมระหว่างกันได้เป็นอย่างดี

การทำการบ้านเป็นวิธีที่ดีในการทบทวนบทเรียนที่ได้เรียนไปในแต่ละวัน เพราะการฝึกฝนจะนำพาไปสู่ความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจ นอกจากนี้ การบ้านจะเป็นการช่วยเตรียมการสอบประจำภาคเรียน และพัฒนาคุณลักษณะความรับผิดชอบในตัวเด็ก เพราะเด็กจะรู้ตัวว่าตนเองมีหน้าที่ที่ต้องกระทำให้แล้วเสร็จในแต่ละวัน อีกทั้งยังเป็นวิธีที่ผู้ปกครองจะได้รับทราบว่าลูกของตนเองได้เรียนอะไรไปบ้างที่โรงเรียน และและทราบว่าตนเองจะต้องส่งเสริมลูกไปในด้านไหน

ผลเสียของการทำการบ้านที่ไม่พึงประสงค์
เนื่องจากเด็กๆ ต้องใช้เวลากว่า 7 – 8 ชั่วโมงที่โรงเรียนแล้ว ดังนั้นการต้องใช้เวลาเพิ่มขึ้นอีกหลายชั่วโมงเพื่อทำการบ้านให้เสร็จอาจจะเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมและสร้างความเครียดได้ เพราะเมื่อเลิกเรียนแล้ว เด็กควรได้พักผ่อนและผ่อนคลายทั้งร่างกายและจิตใจ และดึงเรื่องการเรียกออกจากสมองไปบ้าง
การต้องมาเสียเวลากับการบ้านอีกหลายชั่วโมงนั้นยังเป็นการลดทอนเวลาที่เด็กๆ จะได้ใช้เวลากับคนในครอบครัว โดยเฉพาะบ้านที่มีเด็กในวัยกำลังเจริญเติบโต การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง ปัญหาสังคมอาจเกิดขึ้นได้หากขาดความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันภายในครอบครัว
เมื่อไม่มีเวลาให้กัน ก็อาจส่งผลให้เกิดความขัดแย้งระหว่างเด็กกับผู้ปกครอง เมื่อเด็กเกิดอาการต่อต้านการเรียนที่อาจหนักหนาเกินไป และทั้งสองฝ่ายก็เหนื่อยเกินและความอดทนไม่มากพอที่จะปรับความเข้าใจกัน เมื่อเด็กเบื่อที่จะทำการบ้านเยอะๆ บางคนอาจใช้วิธีลอกการบ้านเพื่อน ซึ่งเป็นวิธีที่ถือว่าไม่ซื่อสัตย์ แม้เมื่อทำถูกหมดอาจได้รับคำชมเชย แต่นี่เป็นสิ่งที่ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ แก่ตัวนักเรียนเองเลย
บรรดาครูอาจจะยุ่งกับการตรวจการบ้านมากเกินกว่าจะวางแผนการสอนและจัดการกิจกรรมภายในชั่วโมงเรียน ดังนั้น อาจส่งผลต่อการให้คะแนนและการบริหารจัดการเวลาในชั้นเรียน กว่าครูจะส่งการบ้านคืนมาแล้วนั้น ในห้องเรียนก็เรียนเลยไปจนถึงบทเรียนอื่นๆ แล้ว
บทสรุป

มีรายงานการศึกษาวิจัยซึ่งระบุว่า คะแนนของนักเรียนอาจจะส่งผลต่อการประสบความสำเร็จในอนาคตภายหลังของตัวนักเรียนได้ และการบ้านก็เป็นส่วนช่วยในการฝึกฝนในการทำงาน และเปรียบเสมือนบทเรียนในการทำงานต่อไป